

ผิวกระจ่างใส/ฝ้า/รอยแดง/จุดด่างดำสกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาว

สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาว
ผิวของคุณเคยหยาบกร้าน เครื่องสำอางไม่ติดทน และรู้สึกแห้งจากภายในใช่ไหม? สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาว เป็นการรักษาที่ใช้ HA ไฮยาลูรอนิกแอซิด เพื่อดึงดูดและกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความกระจ่างใสฉ่ำวาวให้กับผิวแห้ง คลินิก Kkeuthan ใช้วิธีหัวปั๊ม Potenza หรือ MTS แทนการฉีด เพื่อลดภาระจากการฉีด และเติมความชุ่มชื้นให้ทั่วถึงทั้งผิว ให้ผิวแห้งกร้านกลับมาฉ่ำวาวโดยไม่ต้องฉีด *ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตัวเลือก
รายละเอียดการรักษา






[เติมเต็มความชุ่มชื้นโดยไม่ต้องฉีด] สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาว
ผิวแห้งจนแต่งหน้าไม่ติด,
ผิวตึงหลังล้างหน้า,
ไม่ว่าจะทาครีมบำรุงเท่าไหร่ ก็ยังรู้สึกแห้งตึงจากภายในใช่ไหม?
เมื่อผิวแห้ง
ผิวอาจจะดูหยาบกร้าน,
ริ้วรอยเล็กๆ อาจจะดูเด่นชัดขึ้น,
และสีผิวโดยรวมอาจจะดูหมองคล้ำ
สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาว
ใช้ HA Hyaluronic Acid ที่ดึงดูดและกักเก็บความชุ่มชื้น
เป็นการบำรุงสกินบูสเตอร์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
ที่ Kkeuthan Clinic ไม่ได้ใช้วิธีการฉีด
แต่ใช้ Potenza Pumping Tip + MTS ในการรักษา
ลดภาระจากการฉีด,
และดูแลให้สารบำรุงความชุ่มชื้นกระจายทั่วผิวอย่างสม่ำเสมอ
ความแห้งกร้านจากภายในจะชุ่มชื้น,
ผิวสัมผัสจะเรียบเนียน,
และผิวจะกระจ่างใสมีชีวิตชีวา
สัมผัสประสบการณ์สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาว Hyaluronic Acid ของ Kkeuthan Clinic
สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาวคืออะไร?
สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาว
คือการบำรุงสกินบูสเตอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นโดยใช้ HA Hyaluronic Acid
Hyaluronic Acid เป็นส่วนประกอบสำคัญในการรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิว
มีคุณสมบัติในการดึงดูดและกักเก็บความชุ่มชื้น
จึงนำมาใช้ในการดูแลผิวแห้งและหยาบกร้านให้กลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้น
เมื่อผิวแห้ง
ผิวหน้าอาจจะดูหยาบกร้าน,
แต่งหน้าไม่ติดทน,
และผิวอาจจะดูบางและอ่อนล้า
สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาว
ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแบบนี้
ทำให้ผิวดูเรียบเนียน
และมีเป้าหมายเพื่อสภาพผิวที่เปล่งประกาย
ความแตกต่างของสกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาวจาก Kkeuthan Clinic
1. HA Hyaluronic Acid ให้ความชุ่มชื้นทันที
Hyaluronic Acid เป็นส่วนประกอบที่ให้ความชุ่มชื้นและดึงดูดน้ำ
หากผิวขาดความชุ่มชื้น
ไม่ว่าจะใช้เบสเมคอัพดีแค่ไหน
เครื่องสำอางก็จะลอย,
ผิวจะดูหยาบกร้าน,
ริ้วรอยเล็กๆ อาจดูโดดเด่นขึ้น
โปรแกรมฉีดผิวฉ่ำโกลว์ (Glow Skinbooster)
ใช้ HA (กรดไฮยาลูรอนิก)
เป็นทรีตเมนต์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแห้ง
ผิวแห้งจากภายในที่การทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ,
ตอนนี้เติมความชุ่มชื้นด้วยสกินบูสเตอร์กันเถอะ
2. วิธี Potenza Pumping Tip หรือ MTS
สกินบูสเตอร์ทั่วไป
ส่วนใหญ่มักฉีดเข้าสู่ผิวโดยตรงด้วยเข็มฉีดยา
ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายใจกับอาการปวด รอยฟกช้ำ บวม หรือรอยเข็ม
สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำโกลว์ของคลินิก Kkeuthan
ไม่ใช่การฉีดทีละจุดด้วยเข็มฉีดยา
แต่ใช้วิธีการส่งสารอาหารให้ทั่วผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอโดยใช้ Potenza Pumping Tip และ MTS
ความรู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่าการฉีด
และผู้ที่ต้องการลดรอยและรอยฟกช้ำหลังการรักษา
สามารถรับการบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นนี้ได้อย่างเบาสบาย
โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการฉีด
ทั่วทั้งใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ
วิธีเติมเต็มความชุ่มชื้นและประกายผิวฉ่ำโกลว์
นี่คือข้อดีของสกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำโกลว์ของคลินิก Kkeuthan
3. การบูสต์ผิวให้ชุ่มชื้นโดยการเปิดช่องทางการดูดซึมด้วย MTS และ Potenza Pumping Tip
ผิวหนังตามธรรมชาติมีหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ส่วนผสมภายนอกเข้าสู่ผิวได้ง่าย
ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน
ดังนั้น ไม่ว่าจะทาส่วนผสมที่ดีแค่ไหน
ก็อาจจะรู้สึกว่ามันอยู่แค่บนพื้นผิวเท่านั้น
คลินิก Kkeuthan ใช้ MTS และ Potenza Pumping Tip
สร้างช่องทางเล็กๆ บนพื้นผิวผิว
เพื่อช่วยให้ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นซึมผ่านได้ดีขึ้น
เหนือกว่าการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยการทาเพียงอย่างเดียว
คือการบำรุงผิวให้ฉ่ำโกลว์ด้วยการเปิดช่องทางการดูดซึมสู่ผิว
สำหรับผิวแห้งและหยาบกร้าน
ลองเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวดูสิ
สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำโกลว์มีข้อดีดังนี้
สกินบูสเตอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นโดยใช้ HA (กรดไฮยาลูรอนิก)
การบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและเปล่งประกายฉ่ำโกลว์ทันที
ไม่ใช่การฉีด แต่เป็นวิธี Pumping Tip หรือ MTS
ความเจ็บปวด รอยฟกช้ำ และรอยแผลเป็นน้อยกว่าการฉีด
ดูแลปัญหาผิวแห้งจากภายใน, ผิวหยาบกร้าน, เครื่องสำอางไม่ติดทน
การบูสต์ผิวให้ชุ่มชื้นที่ทำให้ผิวดูเรียบเนียน
การบำรุงผิวให้ฉ่ำโกลว์ทั่วทั้งใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ
แนะนำสำหรับการดูแลสภาพผิวหน้าก่อนวันสำคัญ
มอบความสดใสให้ผิวแห้งกร้านและหมองคล้ำ
เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับการฉีดสกินบูสเตอร์
แนะนำสำหรับผู้ที่...
ผู้ที่มีผิวแห้งกร้านและดูหยาบกระด้าง
ผู้ที่รู้สึกผิวแห้งตึงแม้จะทาครีมบำรุงแล้ว
ผู้ที่แต่งหน้าไม่ติดหรือไม่สามารถลงรองพื้นได้ดี
ผู้ที่มีผิวหยาบกร้านและดูหมองคล้ำ
ผู้ที่กังวลกับการฉีด แต่ต้องการรับการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
ผู้ที่กังวลเรื่องอาการเจ็บจากการฉีด รอยช้ำ หรือการเกิดตุ่มนูน
ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นก่อนวันสำคัญ
ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและกังวลเกี่ยวกับการรักษาที่รุนแรง
ผู้ที่ต้องการให้ผิวมีความชุ่มชื้นและเปล่งประกาย
ผู้ที่มองหาการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ
ขั้นตอนการทำทรีตเมนต์
ขั้นตอนที่ 01. ทำความสะอาดใบหน้าด้วยตนเอง
ทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนผิวหน้าอย่างหมดจด
ขั้นตอนที่ 02. ปรึกษาแพทย์แบบ 1:1
ตรวจสอบสภาพผิว ได้แก่ ความแห้งตึง ความรู้สึกตึงภายในผิว ความไวของผิว และสภาพผิว
ขั้นตอนที่ 03. การทำสกินบูสเตอร์ MTS Pumping Tip เพื่อผิวฉ่ำวาว
เปิดช่องทางการดูดซึมขนาดเล็กบนผิว เพื่อช่วยในการนำส่งส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น
ขั้นตอนที่ 04. มาสก์ Zaundgo Modeling Pack
หลังจากทำทรีตเมนต์ จะทำการมาสก์ Zaundgo Modeling Pack ตามสภาพผิว
ข้อควรระวังหลังการทำทรีตเมนต์
ㆍหลังทำทรีตเมนต์ อาจมีอาการแดง รู้สึกร้อน หรือแสบชั่วคราว
ㆍผิวอาจแห้งได้ ควรมอยส์เจอไรเซอร์อย่างเพียงพอ
ㆍในวันที่ทำทรีตเมนต์ ควรงดซาวน่า ห้องอบไอน้ำ การออกกำลังกายอย่างหนัก และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ㆍหลังทำทรีตเมนต์ ไม่ควรขัดถูผิวอย่างรุนแรง หรือใช้ผลิตภัณฑ์สครับ
ㆍควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจระคายเคือง เช่น เรตินอล ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว หรือวิตามินซีเข้มข้น เป็นเวลาหลายวัน
ㆍเมื่อออกไปข้างนอก ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
ㆍหลังทำทรีตเมนต์ อาจมีรอยแดงชั่วคราว ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่มักจะค่อยๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป
ㆍระดับความชุ่มชื้นและระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาวคืออะไร?
เป็นการบำรุงที่ใช้ HA ไฮยาลูรอนิกแอซิด ซึ่งมีคุณสมบัติดึงดูดและกักเก็บความชุ่มชื้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและความเปล่งประกายให้กับผิวที่แห้งกร้านและหยาบกระด้าง
ถาม: เป็นทรีตเมนต์เดียวกับการฉีดผิวฉ่ำวาวหรือไม่?
เป็นการทำทรีตเมนต์ที่ใช้ส่วนผสมไฮยาลูรอนิกแอซิดเช่นเดียวกัน
แน่นอนว่า อาจมีความแตกต่างกันในด้านความลึกของการส่งผ่านสารสำคัญ อาการเจ็บ การเกิดตุ่มนูน และระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ เมื่อเทียบกับการฉีด
ถาม: ทำไมไฮยาลูรอนิกแอซิดจึงช่วยให้ผิวชุ่มชื้น?
ไฮยาลูรอนิกแอซิดเป็นส่วนผสมให้ความชุ่มชื้นที่มีคุณสมบัติดึงดูดและกักเก็บความชุ่มชื้นจากสิ่งแวดล้อม
เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวแห้ง ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และช่วยลดความแห้งกร้านและริ้วรอยเล็กๆ ที่เกิดจากความแห้งกร้าน จากการศึกษาทางคลินิกจริงพบว่าระดับความชุ่มชื้นของผิวดีขึ้นทันทีหลังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิก
Q. ทำแค่ครั้งเดียวได้ไหม?
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำอย่างน้อย 3 ครั้ง หากทำต่อเนื่องมากกว่า 5 ครั้ง ผลลัพธ์จะยิ่งดีขึ้น
Q. ต้องทายาชาไหม?
ใช่ครับ/ค่ะ จะมีการทายาชาให้เพียงพอก่อนทำการรักษา
Q. จะมีรอยนูนบนใบหน้าเหมือนกับการฉีดผิวฉ่ำวาว (Mul-gwang-ju-sa) ไหม?
เนื่องจากไม่ใช่การฉีดสารเป็นก้อนเข้าไปใต้ผิวโดยตรง จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยนูนเหมือนกับการฉีดผิวฉ่ำวาว (Mul-gwang-ju-sa) แบบฉีดค่อนข้างน้อย
อย่างไรก็ตาม อาจเกิดรอยแดงชั่วคราว บวมเล็กน้อย จุดเลือดออก หรือสะเก็ดเล็กๆ ได้ เนื่องจากการกระตุ้นด้วย MTS หรือ Potenza
Q. ล้างหน้าในวันทำหัตถการได้ไหม?
ในวันนั้นแนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าเท่านั้น
ขั้นตอนการรักษา
첫 상담부터 마무리까지의 실제 진행 순서를 확인하세요.
- 01
ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยตนเอง
- 02
ปรึกษาส่วนตัว 1:1 กับผู้อำนวยการ
- 03
ขั้นตอนการใช้ MTS Pumping Tip Glass Skin Booster
- 04
มาสก์ Jaoongo Modeling Pack
시술 기본정보
시술 시간, 마취, 회복, 유지기간을 한 번에 확인하세요.
TIME
30-60 นาที
ANESTHESIA
ยาชาชนิดทา (15-30 นาที)
RECOVERY
สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
DURATION
6 เดือน - 1 ปี
เหมาะสำหรับ
ความแตกต่างเพียงเล็กน้อย เปลี่ยนผลลัพธ์ได้จริง
- KKEUT POINT 01
ผู้ที่มีผิวแห้งและดูหมองคล้ำ
- KKEUT POINT 02
ผู้ที่รู้สึกว่าผิวแห้งจากภายในแม้ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์แล้วก็ตาม
- KKEUT POINT 03
ผู้ที่รู้สึกว่าการฉีดเป็นเรื่องน่ากังวลแต่ต้องการรับการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
Q&A
고객님들이 가장 많이 물어보시는 내용을 모았습니다.
สกินบูสเตอร์ผิวฉ่ำวาวเป็นการรักษาแบบไหน?
เป็นการรักษาที่ใช้ HA ไฮยาลูรอนิกแอซิด เพื่อดึงดูดและกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความชุ่มชื้นและความกระจ่างใสให้กับผิวแห้งและหยาบกร้าน
เป็นการรักษาเดียวกับการฉีดผิวฉ่ำวาวหรือไม่?
เป็นการรักษาที่ใช้ส่วนผสมไฮยาลูรอนิกแอซิดเดียวกัน อย่างไรก็ตาม อาจมีความแตกต่างในเรื่องความลึกของการส่งสาร ความเจ็บปวด อาการนูน (embossing) และระยะเวลาการคงอยู่ เมื่อเทียบกับการรักษาแบบฉีด
แตกต่างจากสกินบูสเตอร์อื่นอย่างไร?
ในขณะที่สกินบูสเตอร์ทั่วไปจะให้ส่วนผสมที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นชั่วคราว เซลล์เอ็กโซโซมจะกระตุ้นการสร้างใหม่และการฟื้นฟูในระดับเซลล์ ทำให้สามารถคาดหวังผลลัพธ์ในการปรับปรุงผิวได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ทำแค่ครั้งเดียวพอไหม?
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เราแนะนำอย่างน้อย 3 ครั้ง การรักษาอย่างต่อเนื่อง 5 ครั้งขึ้นไปจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเป็นสองเท่า
ข้อควรระวัง
ผลลัพธ์ = การรักษา × การดูแลหลังทำ โปรดปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านล่าง
อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรอยนูนชั่วคราวบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งโดยปกติจะหายไปเองภายใน 1-7 วัน
หลังการรักษา 1 สัปดาห์ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ซาวน่า สระว่ายน้ำ และการออกกำลังกายที่หนักหน่วง
ห้ามถูหรือกระตุ้นบริเวณที่ทำการรักษามากเกินไป
ผลิตภัณฑ์สครับอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ควรงดใช้เป็นเวลา 1 สัปดาห์
